📣เช็คกันหรือยัง? หลังฉีดวัคซีนโควิด อาการแบบไหนเรียกว่าแพ้วัคซีน?🤔🤔

นับตั้งแต่ประเทศไทยฉีด “วัคซีนโควิด” เข็มแรกไปเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้มีประชาชนในกลุ่มเสี่ยงเบื้องต้น เข้ารับการฉีดวัคซีนแล้วหลายหมื่นราย และทางการกำลังทยอยฉีดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามแผนดำเนินงาน หนึ่งในข้อกังวลของประชาชน คงหนีไม่พ้นเรื่อง “อาการไม่พึงประสงค์” หลังฉีดวัคซีน หรือบางรายอาจถึงขั้น “แพ้วัคซีน” ได้
แล้วอาการทั้งสองอย่างแตกต่างกันอย่างไร? แบบไหนรุนแรงมากกว่ากัน? แล้วมีวิธีการดูแลตัวเองหลังฉีด “วัคซีนโควิด” อย่างไร? มาหาคำตอบไปกันเลย
1. “อาการไม่พึงประสงค์” และ “แพ้วัคซีน” ไม่เหมือนกัน
มีข้อมูลจาก ศ.ดร.นพ.วิปร วิประกษิต ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านชีวเวชศาสตร์ระดับโมเลกุล คณะแพทยศาสตร์ศิริราชฯ ม.มหิดล และนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2564 ที่เคยอธิบายไว้ในการแถลงข่าวที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข (8 มี.ค.64) ระบุว่า กรณีประชาชนจำนวนมากกังวลเกี่ยวกับอาการที่อาจเกิดขึ้นหลังการรับวัคซีนโควิด-19 ขอชี้แจงว่าวัคซีน ยา หรือ สารเคมีใดๆ ที่ใช้กับร่างกายถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ร่างกายไม่รู้จัก จะมีปฏิกิริยาเกิดขึ้นตามมาได้ 2 แบบ คือ อาการไม่พึงประสงค์ และ อาการแพ้วัคซีน ซึ่งอาจไม่ได้แพ้ที่ตัวไวรัสโดยตรง แต่อาจเป็นการแพ้ส่วนประกอบอื่นๆ ของวัคซีน อาการ “แพ้วัคซีน” และ “อาการไม่พึงประสงค์” หลังได้รับวัคซีนนั้นมีความแตกต่างกัน ที่พบบ่อยในประเทศไทยมักเป็นอาการไม่พึงประสงค์ โดยพบเพียงร้อยละ 3.48 เท่านั้น ประชาชนควรชั่งใจระหว่างอาการข้างเคียงที่อาจเกิดเพียงเล็กน้อยกับผลดีที่ได้รับอย่างมาก จากการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรค
2. “อาการไม่พึงประสงค์” ไม่รุนแรง หายได้เอง
สำหรับ “อาการไม่พึงประสงค์” หลังฉีดวัคซีนโควิด มักจะไม่มีความรุนแรง สามารถเกิดขึ้นได้ภายหลังฉีดวัคซีนทุกชนิด แบ่งได้ 2 ประเภท คือ
– อาการที่เกิดขึ้นเฉพาะที่ : เช่น ปวดบวมแดง เจ็บในตำแหน่งที่ฉีด โดยวิธีดูแลตัวเองหลังการฉีดวัคซีนคือ สามารถใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบช่วยบรรเทาอาการได้
– อาการแทรกซ้อนไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นทั่วร่างกาย : ได้แก่ มีไข้ต่ำๆ เหนื่อย คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ส่วนใหญ่อาการเหล่านี้จะดีขึ้นภายใน 1-2 วัน
3. อาการ “แพ้วัคซีน” จุดสังเกตคือ “ผื่นแดง”
ต่อมาถ้าเป็นอาการ “แพ้วัคซีน” ศ.ดร.นพ.วิปร วิประกษิต อธิบายว่าโดยทั่วไปมักจะมีการเกิดผื่นแพ้ ซึ่งเกิดได้หลายรูปแบบ เช่น ผื่นแดงบนผิวหนัง ที่สังเกตได้ง่ายคือ ลมพิษ เป็นผื่นนูน มีขอบเขตชัดเจน อาจคันหรือไม่ก็ได้
ส่วนอาการแพ้ที่รุนแรง คือ อาจมีอาการหลอดลมตีบทำให้หายใจลำบาก, ผื่นขึ้นทั้งตัว, ไข้ขึ้นสูง, ปวดศีรษะรุนแรง, ปากเบี้ยว, กล้ามเนื้ออ่อนแรง, เกล็ดเลือดต่ำ, มีจุดเลือดออกตามร่างกาย, อาเจียนมากกว่า 5 ครั้ง, ชัก, หมดสติ ซึ่งต้องรีบพบแพทย์ทันที
นอกจากนี้ผู้ที่มีประวัติแพ้ง่ายมาก่อน ควรมีการติดตามสังเกตอาการ มากกว่าคนที่ไม่มีประวัติแพ้มาก่อน ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายที่ต้องได้รับวัคซีนในระยะแรก ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนตามวัน/เวลา ที่ได้รับการนัดหมายจากโรงพยาบาลอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความรุนแรงของโรค และลดอัตราการเสียชีวิต
4. ผู้รับวัคซีนในไทย พบอาการไม่พึงประสงค์เล็กน้อย
การฉีดวัคซีนโควิด-19 จากซิโนแวค ในประเทศไทย ณ ช่วงต้นเดือนมีนาคม 2564 กระทรวงสาธารณสุข มีแถลงข่าวอัพเดทความคืบหน้าการดำเนินงานเป็นประจำ ล่าสุด.. (10 มี.ค.) ฉีดวัคซีนให้กลุ่มเป้าหมายไปแล้วกว่า 30,000 ราย พบผู้ที่มีอาการไม่พึงประสงค์เพียงเล็กน้อย ร้อยละ 3.48 โดยหากแบ่งประเภทอาการ ส่วนใหญ่ที่พบคือ การอักเสบและปวดบริเวณที่ฉีด รองลงมาคือ ปวดเมื่อยเนื้อตัว, คลื่นไส้, มีไข้, อาเจียน, เป็นผื่น, ท้องเสีย, เหนื่อย เป็นต้น
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้จัดรูปแบบการให้บริการฉีดวัคซีนรองรับ ตั้งแต่การซักประวัติอาการแพ้ การเฝ้าระวังสังเกตอาการเป็นเวลา 30 นาที และติดตามอาการในวันที่ 1, 7 และ 30 โดยใช้ Line Official Account “หมอพร้อม” บันทึกอาการที่ไม่พึงประสงค์เพื่อความปลอดภัย และเป็นข้อมูลในระดับประเทศต่อไป
5. แนวทางเฝ้าระวังอาการ “แพ้วัคซีน” รุนแรง
นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ “แนวทางเฝ้าระวังอาการแพ้วัคซีนชนิดรุนแรง” เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบด้วย โดยระบุว่า หากฉีดวัคซีนแล้วเกิดอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นเฉียบพลันของระบบผิวหนัง/เยื่อบุ หรือทั้งสองอย่าง (มีลมพิษขึ้นทั่วตัว คัน ผื่นแดง มีอาการบวมของปาก สิ้น เพดานอ่อน) ร่วมกับอาการอย่างน้อยหนึ่งอาการดังต่อไปนี้ จะเข้าข่ายอาการ “แพ้วัคซีน” รุนแรง นั่นคือ
        5.1) อาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล เสียงแหบ หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงฮื้อ-เสียงหวีด การทำงานของหลอดลมหรือปอดลดลง ระดับออกชิเจนในหลอดเลือดลดลง
       5.2) ความดันโลหิตลดลง/การทำงานของระบบต่างๆ ล้มเหลว เช่น hypotonia (กล้ามเนื้ออ่อนแรง) เป็นลม อุจจาระ ปัสสาวะราด มีอาการของระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน
       5.3) ความดันโลหิตลดลงหลังจากรับวัคซีน ความดัน systolic ที่ลดลงมากกว่าร้อยละ 30 ของความดัน systolic เดิม
———————-
ที่มา : สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, ศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019 กระทรวงสาธารณสุข
           กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *